ทำความรู้จักผ้าชีฟอง ผ้าที่มาพร้อมสไตล์ชุดแฟชั่นสวยๆ

ในปัจจุบันนี้สาวๆชอบใส่เสื้อผ้าที่มีความคล่องตัวมากขึ้น ใส่แล้วไม่อึดอัด เนื้อผ้าที่ใส่นิ่มและไม่แข็งกระด้าง ซึ่งผู้หญิงกับชุดที่มีความพลิ้วไหว ความบอบบางของร่างกาย ความสวยความงาม ความอ่อนหวานและอ่อนไหว เป็นของคู่กันตลอดมาแทบทุกยุคทุกสมัย การเลือกใส่เสื้อผ้าก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากเลือกใส่เสื้อผ้าที่มีความเบาบาง พลิ้วไหว แบบเนื้อผ้าชีฟอง ก็จะทำให้เราดูสวยงาม มีบุคลิกภาพดี ดูอ่อนหวานมากขึ้น

ผ้าชีฟองเป็นผ้าที่เหมาะสมกับผู้หญิงอย่างเราๆมาก เพราะผ้าชีฟองเป็นผ้าที่มีลักษณะลื่นๆนิ่มๆ บางเบา โปร่งแสง สามารถระบายอากาศได้ดี สวมใส่ได้ง่าย เหมาะกับการนำมาตัดชุดเดรส หรือชุดราตรี เนื่องจากมีความพลิ้วไหว และทำให้ดูโดดเด่นมากขึ้น

4

            คุณสมบัติของเนื้อผ้าซีฟอง มีดังนี้

มองหา Etudeหรือ เครื่องสำอางเกาหลีพร้อมส่ง คลิกเลยจ้าา

Etudeหรือสกินฟู้ด เครื่องสำอางเกาหลีพร้อมส่ง

1.ผ้าชีฟอง เป็นผ้าที่ทอจากเส้นใยที่มีความทนทานสามารถนำมาใช้ตัดเย็บเสื้อผ้าได้ง่าย มีน้ำหนักเบาบาง  มีการดูแลรักษาง่าย ใส่แล้วรู้สึกเย็นสบายไม่ร้อนมาก เหมาะกับอากาศบ้านเรามาก

2.ผ้าชีฟอง จะมีมากมายหลายเกรด มีหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งหนาและบาง ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ที่สวมใส่ แต่มีคุณสมบัติหลักๆคือ โปร่ง เบาบาง ระบายอากาศได้ดี มีความพลิ้วไหว ใส่แล้วดูสวยงาม

3.การซักผ้าชีฟอง สามารถซักได้ด้วยผงซักฟอก และซักมือเพียงเบาๆ ขยี้ให้สะอาดหมดจด แล้วนำไปซักในน้ำเปล่า จนไม่เหลือฟอง บิดให้ผ้าหมาดๆ แล้วนำไปตากให้แห่ง

4.การนำผ้าชีฟองไปตากไว้ในที่แสงแดดอ่อนๆ ลมพัดโกรกได้ง่าย ไม่ต้องไปตากแดดกลางแจ้ง เพราะเนื้อผ้าชีฟองแห้งง่ายอยู่แล้ว ถ้าโดนแสงแดดแรงๆอาจทำให้ผ้าสีซีดและจางลง จะทำให้สีผ้าไม่สดและไม่สวยงาม

5.การรีดผ้าชีฟอง สามารถรีดได้โดยใช้ไฟอ่อนๆ เนื่องจากผ้ามีความเบาบางมาก ถ้าโดนความร้อนแรงๆจะทำให้ผ้าไหม้ได้  หรืออาจจะรีดเฉพาะด้านในของผ้า เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอย เมื่อรีดผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะนำไปเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย

การนำผ้าชีฟองมาสวมใส่นั้นเหมาะสำหรับอากาศร้อนๆในบ้านเรา เนื่องจากผ้าชีฟองเป็นผ้าที่มีน้ำหนักเบา แห้งง่าย มีการระบายอากาศได้ดี เมื่อใส่แล้วทำให้ไม่ร้อนมาก และในหน้าใน เมื่อเปียกฝนผ้าซีฟองก็จะแห้งง่าย ได้อย่างรวดเร็ว  แต่ตากไว้ในที่มีลมพัด ผ้าก็แห้งได้โดยง่าย

ผ้าชีฟองเหมาะกับบุคคลที่มีรูปร่างเล็กๆบอบบาง เมื่อใส่แล้วจะดูน่ารัก น่าทะนุถนอม ดูอ่อนหวาน สวยงาม ดังนั้นผ้าชีฟองจึงมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับผู้หญิงหวานๆมากกว่าผู้หญิงที่ดูห้าวๆ

 

Save

Save

การนำผ้าฝ้ายมาตัดเสื้อผ้าใส่ทำงาน

แฟชั่นชุดผ้าไทยกำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากในตอนนี้ทางหน่วยงานราชการส่วนมากรณรงค์ให้ใส่ผ้าไทยไปทำงาน โดยจะมีการกำหนดวันใส่ เพื่อเป็นการช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยไปในตัว ใส่แล้วดูมีความเป็นไทยไปในตัว ใส่แล้วดูเป็นไทยมาขึ้น การเลือกผ้าฝ้ายเลือกสีมาตัดชุดได้ตามความพอใจ สามารถเลือกรูปแบบได้ วัดไซส์ วัดขนาดตามสัดส่วนของตัวเอง

3

            ผ้าฝ้ายจะใส่แล้วสบายไม่ร้อนมาก เนื่องจากผ้าระบายอากาศได้ดี ใส่แล้วไม่อึดอัดหรือรัดรูป ใส่แล้วไม่ดูหรูหรามากจนเกินไป ดูแลง่าย และใส่ได้ในหลายโอกาส ขึ้นอยู่กับความพอใจและกาลเทศะ ผ้าไทยส่วนมากจะใส่แล้วสวยงาม แต่ต้องดูว่าสีและแบบใด เหมาะสมกับตัวเรา เมื่อใส่แล้วดูมีบุคลิกภาพดี ใส่ให้พอดีตัว ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป เรามาดูแบบเสื้อที่ควรจะใส่ไปทำงานกัน

1.นำผ้าฝ้ายมาตัดเป็นชุดเดรส โดยการเลือกแบบที่ตรงกับความต้องการของเรา ใส่แล้วเหมาะสม เข้ารูปร่าง พอดีตัวไม่คับหรือหลวมจนเกินไป มีการปักลวดลาย เพื่อให้ดูสวยงาม โดดเด่นขึ้น อาจจะมีการทำชายกระโปรงเป็นระบายๆ เพื่อเพิ่มความสวยงาม

2.นำผ้าฝ้ายมาตัดเป็นเสื้อกับกระโปรง เลือกสีผ้าในโทนที่เราชอบ เพื่อให้สวยหวาน จะเลือกผ้าในโทนสีชมพู อาจจะมีลวดลายบ้างเพียงเล็กน้อย เลือกแบบที่ดูแล้วไม่แก่จนเกินไป อาจจะเลือกใช้กระดุมที่เพิ่มความสวยเก๋ให้กับเสื้อ และเลือกตัดกระโปรงที่มีทรงสวยงาม ดูแล้วเข้ากับบุคลิกภาพ ของผู้ที่สวมใส่ รูปแบบของกระโปรงหรือเสื้ออาจมีการตัดเป็นโบว์มาติดแล้วเย็บตรงรอยต่อหรือรอยชายกระโปรง เพื่อเพิ่มความสวยงาม และทำให้กระโปรงดูไม่เรียบจนเกินไป

การดูแลผ้าฝ้าย ทำได้ง่ายเนื่องจากผ้าฝ้ายมีเส้นใยหนาแข็งแรงทนทาน เมื่อสวมใสแล้วสามารถระบายอากาศได้ดี สามารถนำไปซักและรีดได้ง่าย สามารถนำไปซักโดยใช้เครื่องซักผ้าได้ แต่ควรเลือกโปรแกรมการซักให้เหมาะสม เมื่อซักผ้าฝ้ายเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ควรนำไปตากในทีทีมีแสงแดดแรงมากจนเกินไป เพราะแสงแดดอาจทำให้ผ้าฝ้ายเปลี่ยนสี และผ้าจะเสื่อมคุณภาพ หรือที่เรียกกันว่าแดดเลียผ้า ทำให้สีของผ้าเปลี่ยนไปไม่สวยงาม

 

การรีดผ้าฝ้าย ทำได้ง่ายๆคือการใช้ไฟที่มีอุณหภูมิเหมาะสมไม่ร้อนมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ผ้าฝ้ายมีรอยไหม้ได้ ควรมีการฉีดน้ำยารีดผ้าพรมเล็กน้อยเพื่อให้ผ้าเรียบยิ่งขึ้น  เมื่อรีดผ้าเสร็จเรียบร้อยก็นำมาใส่ไม้แขวนเสื้อ แล้วนำไปเก็บแขวนเข้าตุ้เสื้อผ้า  เพื่อที่จะสะดวกเวลาหยิบมาใส่ และเสื้อผ้าที่รีดไว้จะไม่ยับอีกด้วย

วิธีทำผ้ามัดย้อมจากดอกอัญชัน

ผ้ามัดย้อมในปัจจุบันนี้สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่อยากเลย เกิดจากการนำผ้ามาย้อมด้วยสีจากธรรมชาติ เป็นศิลปะแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการจินตนาการของเราเอง โดยสีธรรมชาตินั้นทำได้ไม่ยุ่งยากเลย และไม่ก่อให้เกิดอันตราย ไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากทำได้จากสิ่งที่มาจากธรรมชาติ การย้อมผ้าจากสีธรรมชาติสามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมได้หารายได้พิเศษได้ นำไปประยุกต์ใช้กับถุงผ้า เสื้อผ้า กระเป๋า สามารถทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้

2.1

สีที่ใช้ในการย้อมผ้า หาได้จากการนำเอาสิ่งที่ที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่นสีแดง ได้จาก มะไฟ แก่นแฝงของกระเจี๊ยบ บีตรูท สีเหลืองได้มาจากขมิ้นชัน สีน้ำเงินได้มาจากดอกอัญชัน  ซึ่งเป็นสี่ที่ได้มาจากธรรมชาติโดยแท้จริง

วันนี้เราจะมาดูวิธีการย้อมผ้าจากดอกอัญชัน เป็นวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติหาได้ง่าย มีวิธีการดังนี้

1.นำเสื้อผ้าสีขาวหรือสีอ่อน ควรจะเลือกใช้ผ้าฝ้าย เป็นผ้าที่ทอจากใยธรรมชาติ มีลักษณะนิ่ม ระบายอากาศได้ดี เนื่องจากสีจะติดทนทานและดีกว่าผ้าจากใยสังเคราะห์

2.เตรียมผ้าขาวบาง หนังยาง เชือกฟาง น้ำเปล่าและเกลือ เพื่อใช้ในการย้อมผ้า

3.ต้มน้ำให้เดือดพอประมาณ ใส่เกลือลงไป คนให้ละลายเข้ากันจากนั้นใส่ดอกอัญชันลงไป ต้มจนน้ำเดือดเป็นสีน้ำเงินเข้ม แล้วจึงตักดอกอัญชันออก แล้วกรองน้ำด้วยผ้าขาวบาง เพื่อไม่ให้มีกากในน้ำที่เราจะนำไปใช้ย้อมผ้า

4.นำเสื้อขาวที่เตรียมไว้แล้วมัดให้เป็นลวดลายตามใจชอบ จากนั้นนำไปแช่ในน้ำดอกอัญชันที่เราต้มไว้ ทิ้งไว้สักพักประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วนำผ้าไปแช่ในน้ำเกลืออีกครั้ง เพื่อที่น้ำเกลือจะช่วยทำให้สีติดเนื้อผ้าได้ดียิ่งขึ้น

5.หลังจากนั้น จึงนำผ้าที่ได้จากการมัดย้อมเรียบร้อยแล้วไปซักผ้ากับน้ำเปล่า ซักจนกระทั่งสีไม่ตก น้ำที่ซักผ้าต้องไม่เป็นสีน้ำเงินแล้ว อย่าเพิ่งแกะที่มัดออก เพื่อป้องกันไม่ให้สีหลุดออกจากเนื้อผ้าในส่วนที่เรามัดและย้อมไว้ เมื่อแน่ใจแล้ว จึงแกะที่มัดไว้ออก และนำไปตากแดดให้แห้ง จะได้ผ้ามัดย้อมที่สวยงาม สามารถทำได้ง่ายๆ

 

การเลือกใช้สีย้อมผ้าจากสีธรรมชาติ จึงมีความปลอดภัย 100% มีกลิ่นจากดอกอัญชัน หอมติดทนนาน แต่ถ้าเราย้อมผ้าโดยใช้สีสังเคราะห์ ถึงจะติดง่ายรวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก สีดูสดใสกว่า แต่อาจมีสารเคมีเจือปนอยู่ในเนื้อผ้า อาจทำให้เกิดการแพ้ได้ อาจทำให้ผู้ที่ซื้อไปใส่ได้รับผลกระทบ ผู้ที่มีผิวบอบบาง อาจทำให้เกิดการแพ้ได้

การซักผ้าให้สะอาดและมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันนี้การซักผ้าให้สะอาดนั้นสามารถทำได้อย่างไม่ยาก แต่ถ้ามีวิธีการซักที่ถูกต้องก็จะช่วยถนอมผ้าได้ การซักผ้าเป็นที่หลักของผู้หญิงอย่างเราๆ และโดยส่วนใหญ่แล้วเราจะใส่เสื้อผ้ามากกว่าผู้ชาย และถ้าในครอบครัวที่แต่งงานแล้วหน้าที่การซักผ้าก็จะเป็นหน้าที่ของผู้หญิง การซักผ้ามีหลายวิธี ทั้งใส่เครื่องซักผ้า ทั้งซักเองด้วยมือนั้นอยู่กับองค์ประกอบของผ้าชนิดนั้นๆ ว่าเราจะเลือกซักโดยวิธีใด และจะซักผ้าอย่างไรให้สะอาด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด  จะได้ประหยัดเวลาและมีความสะดวกรวดเร็วขึ้น

1.1

เรามาดูวิธีซักผ้าด้วยมือที่มีประสิทธิภาพ ทำได้ดังนี้

1.ขั้นตอนการเตรียมผ้าที่จะซัก เป็นการรวบรวมเสื้อผ้าที่เราจะซัก โดยการแยกสีของเสื้อผ้าให้ชัดเจน ว่าเป็นผ้าสีกับผ้าขาว เพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าสีตกใส่ผ้าขาว เพราะอาจจะทำให้ผ้าขาวเสียหายได้

2.สำรวจสิ่งสิ่งของที่อาจจะอยู่ในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง หรือกระเป๋ากระโปรง ซึ่งอาจจะมีกระดาษทิชชู่ ทำให้เกิดการเปื่อยยุ่ย หรืออาจจะมีเข็มกลัดทำให้เกิดอันตรายได้ เนื่องมาจากเข็มกลัดอาจจะโดนนิ้วได้รับบาดเจ็บได้ เราควรสำรวจตรวจดูให้ดีเพื่อความปลอดภัยของเราเอง

3.แยกประประเภทของเสื้อผ้าให้ชัดเจน เช่น เสื้อ กางเกง กระโปรง ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า ชุดชั้นใน ถุงเท้า เพื่อสะดวกเวลาที่ทำการซักผ้าจะได้ไม่ปะปนกัน ทำให้สะดวกต่อการซัก

4.นำผ้ามาแยกใส่ตะกร้าผ้าพร้อมนำไปซักได้ตามสะดวกและเตรียมอุปกรณ์ในการซักผ้าให้พร้อม เช่น กะละมัง ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม แปรงซักผ้า ในกรณีที่มีกางเกงยีนส์ขาวยาว ไม้แขวนเสื้อ ไม้หนีบผ้า เพื่อให้เกิดความพร้อมมากที่สุด

5.จากนั้นนำผ้ามาซักในกะละมังที่เตรียมๆไว้ ผสมน้ำกับผงซักฟอกให้พอดีกับปริมาณผ้าที่จะซัก จากนั้นก็แช่ผ้าลงไปทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นก็ขยี้ผ้าให้สะอาด นำไปซักในน้ำเปล่าจนผ้าสะอาดและไม่มีฟอง

6.การตากผ้า เราควรนำผ้าไปตากให้ถูกแสงแดด โดยสะบัดผ้าเบาๆและใช้ใช้ไม้แขวนเสื้อแขวนให้เรียบร้อย แล้วจึงนำออกไปตากในที่มีแสงแดด แสงแดดจะช่วยทำให้ผ้าแห้งรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ผ้าอับชื้น

 

การจัดเก็บผ้า เมื่อผ้าตากแดดจนแห้งเรียบร้อยแล้ว ควรมีการพับจัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ไม่ควรพับเพราะทับๆ กัน เพราะจะทำให้ยับและรีดยาก ผ้าที่รีดเสร็จเรียบร้อยควรนำไปแขวนในตู้เสื้อผ้าหรือราวผ้าให้เรียบร้อย โดยแยกเสื้อผ้ากระโปรง กางเกง ชุดเดรส ชุดชั้นใน เพื่อให้เป็นระเบียบในการจัดเก็บและสามารถหยิบใช้ได้สะดวก ง่ายต่อการค้นหา

ซุปมะเขือเวียดนาม

สำหรับสาวๆ ที่ชอบอาหารเวียดนามนั้นคงชอบต้องถูกใจเมนูที่เราเสนอมาให้เป็นอย่างมาก อีกทั้งเมนูนี้เป็นเมนูที่ทานแล้วดีต่อสุขภาพแถมยังทำให้ผิวพรรณดูดีและสามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วยที่สำคัญยังบำรุงร่างกายอีกด้วยแถมยังทานเป็นอาหารเช้าได้อีกด้วย การที่ได้ทานซุปมะเขือเทศร้อนๆ นั้นเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพมากๆ ไม่เชื่อมาลองทำทานดูนะคะแถมวิธีการทำนั้นก็ง่ายแสนง่ายอีกด้วย

6

ส่วนผสมและเครื่องปรุง

  • มะเขือเทศลูกใหญ่ 5              ลูก
  • กระเทียมโทน 1              หัว
  • หมูบด 1              ขีด
  • ถั่วงอก 2              ถ้วย (หรือตามชอบ)
  • พริกไทยขาวป่น 1              ช้อนชา
  • ผักกาดหอมหั่น 1              ถ้วย
  • ผักชีฝรั่งซอย 2              ต้น
  • ใบสะระแหน่ 2              ถ้วย
  • ใบโหระพา 2              ถ้วย
  • น้ำมะนาว 1              ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1              ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1              ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1              ช้อนชา
  • น้ำซุปกระดูกหมู 2              ถ้วย

เริ่มต้นลงมือทำกันเถอะค่ะ

  1. ก่อนอื่นควรที่จะเริ่มต้นจากการหมักหมูบดให้เข้าเนื้อก่อน โดยการนำหมูบดมาใส่ลงในอ่างผสมใส่ซีอิ้วขาว น้ำปลา เกลือป่น พริกป่น กระเทียมโทนโขลกละเอียดลงไปผสมใช้มือคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วหมักเอาไว้ประมาณ 15-20 นาทีหรือใส่เอาไว้ในตู้เย็นโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที
  2. นำมะเขือเทศลูกใหญ่ที่เตรียมเอาไว้มาล้างให้สะอาดเอาขั้วออกจากนั้นหั่นให้เป็นซีกๆ
  3. นำกระทะมาตั้งไฟปานกลางจากนั้นใส่น้ำมันพืชลงไปทิ้งเอาไว้พอร้อน จากนั้นใส่หมูบดที่หมักเอาไว้ลงไปผัดพอหอมแต่ไม่ต้องรอให้สุกแล้วจึงใส่มะเขือเทศลงไปผัดจากนั้นลดไฟลงเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ยีมะเขือเทศให้เป็นเนื้อเดียวกันกับหมูบดจากนั้นเทน้ำซุปกระดูกหมูที่เตรียมเอาไว้จากนั้นรอให้เดือดสักพัก
  4. ปรุงรสให้ได้รสที่ชอบปล่อยให้เดือดสุดใส่ใบสะระแหน่ ใบโหระพาแล้วคลุกเคล้า จากนั้นตักเสริฟพร้อมวางถั่วงอกและผักกาดหอมฉีกลงบนก้นชามแล้วตักราดด้วยน้ำซุปเดือดๆ โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งหน้าหากชอบรสเปรี้ยวเล็กสามารถเต็มน้ำมะนาวลงไปได้ด้วยแค่นี้ก็เรียบร้อยค่ะ

ข้อดีจากการเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็กแบบปลอดสารพิษ

สำหรับคุณแม่ที่ทะถุถนอมลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงวันที่เราได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า”รัก” ออกมาลืมตาดูโลก  วันนั้นคือวันที่สำคัญสำหรับชีวิตของลูกผู้หญิงอย่างเราที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมารับหน้าที่สำคัญอย่างหน้าที่ ‘’แม่’’  หน้าที่นี้สำคัญมากๆค่ะ เอาเป็นว่าต้องแต่เลี้ยงดู ให้การศึกษา และรวมไปถึงการเลือกซื้อเสื้อผ้าให้กับลูกน้อย  ปัจจุบันโลกเราได้เปลี่ยนไปมากเราใช้เทคโนโลยีที่ทำลายสิ่งแวดล้อมแทบจะทุกอย่างและทุกอุตสาหกรรม ดังนั้นเด็กที่เกิดมาใหม่ในยุคนี้ ส่วนใหญ่โตจะเกิดมาพร้อมกับโรคประจำตัวอย่าง “โรคภูมิแพ้” เด็กๆแทบจะทุกคนที่เกิดในกรุงเทพเกิดมาพร้อมกับโรคนี้ด้วยกันแทบทั้งนั้นซึ่งสถิติจากที่เช็คเมื่อปี 2553 เด็กไทยนั้นเป็นโรคนี้กว่า 400 ล้านคนแล้ว และนี่คือสาเหตุหลักๆที่ทำคุณแม่หลายท่านหันมาใส่ใจเสื้อผ้าและอุกปรณ์ต่างๆที่จำเป็นกับลูกน้อย

3.1

เสื้อผ้าปลอดสารเคมีนี่ดีอย่างไร มีความจำเป็นหรือไม่ และราคาแพงมากไหม คำถามต่างๆพุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดสำหรับคุณแม่ที่ต้องการหาซื้อเสื้อผ้าปลอดสารเคมีให้กับลูกน้อยที่เป็นภูมิแพ้ งั้นเรามาอธิบายกันเป็นข้อๆเลยดีกว่า เพื่อความกระจ่างและความเข้าใจของคุณแม่หลายท่าน

เสื้อผ้าปลอดสารเคมีดีอย่างไร

เสื้อผ้าที่ปลอดสารเคมีนั้นในประเทศไทยอาจจะยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร  แต่สำหรับในต่างประเทศสินค้าลักษณะนี้แพร่หลายกัยมากเลยทีเดียว เสื้อผ้าปลอดสารเคมีฟังดูอาจจะแปลกๆสำหรับคุณแม่บางท่านเพราะอาจจะเคยได้ยินแต่ผักปลอดสารพิษหรือผักปลอดสารเคมีแต่เอ๊ะ !! เสื้อผ้าปลอดสารเคมีมีด้วยเหรอ ? คำตอบคือมีคะ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือผักที่ปลอดสารเคมีนั้นวัตถุประสงค์ของผู้ผลิตมีความต้องการที่เหมือนกันค่ะคือให้สินค้าที่ผลิตออกมานั้นไม่มีสารเคมีมาเจือปนในกระบวนการผลิต ข้อดีของมันก็คือเจ้าเสื้อผ้าพวกนี้จะไม่ทำให้ลูกน้อยของคุณนั้นระคายเคืองผิวแม้แต่น้อยเพราะเด็กทารกบางรายผิวบอบบางมากซึ่งเสื้อผ้าที่ผลิตจากกระบวนการผลิตทั่วไปอาจจะไปกระตุ้นให้ลูกน้อยเกิดอาหารแพ้ได้ง่ายยิ่งขึ้น ฉะนั้นเสื้อผ้าปลอดสารเคมีจึงยังทำให้เป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการของคุณแม่ที่มีลูกน้อยมีผิวแพ้ง่ายค่ะ

 

 

3.2

 

 

 

 

เสื้อผ้าปลอดสารเคมีมีความจำเป็นหรือไม่

อย่างที่กล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ค่ะ  เสื้อผ้าปลอดสารเคมีมีความจำเป็นมากหากเป็นครอบครัวที่มีลูกน้อยเป็นโรคภูมิแพ้เพราะเด็กน้อยไม่สามารถพูดหรือบอกเราได้ว่าเขาต้องการหรือไม่ต้องการอะไร ยิ่งเวลาที่ลูกน้อยเป็นไข้ไม่สบายแน่นอนละค่ะเขาไม่สามารถบอกให้เรารู้ได้เลยว่าเขารู้สึกอะไรยังไง  เราผู้เป็นแม่จึงต้องสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขาเพื่อให้เขาได้ห่างไกลจากอาการเจ็บป่วยหรือไม่สบายให้มากที่สุด  คุณแม่หลายท่านจึงเห็นว่าเสื้อผ้าที่ปลอดสารเคมีนั้นตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้ในเรื่องนี้  แต่สำหรับครอบครัวที่ไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้สินค้านี้ก็อาจจะไม่ค่อยมีความจำเป็นเท่าที่ควรค่ะ

เสื้อผ้าปลอดสารเคมีมีราคาแพงหรือไม่

ย่อมแน่นอนละค่ะ สินค้าดีมีคุณภาพดีผลิตจากกรรมวิธีที่พิถีพิถันย่อมแพงกว่าเสื้อผ้าปกติธรรมดาอยู่แล้ว ถ้าเทียบกันกับราคาเสื้อผ้าเด็กธรรมดาทั่วไปเสื้อผ้าเด็กปลอดสารเคมีนี้มีราคาที่แพงกว่าเสื้อผ้าเด็กธรรมดา 2-3 เท่าเลยค่ะ  แต่คุณแม่หลายท่านก็กล้าที่จะตัดสินใจจะเลือกใช้เสื้อผ้าเด็กที่ปลอดสารเคมีนี้เพราะอะไรนั้นเหรอค่ะ ก็เพราะคุณแม่หลายท่านรู้ดีว่าลูกน้อยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเราอะไรก็ตามที่จะปกป้องพวกเขาไม่ให้ระคายเคืองผิวหรือทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายตัวคุณแม่หลายท่านยอมจ่ายมากกว่าปกติเพื่อแลกกับประโยชน์ที่มันคุ้มค่านี้ค่ะ

ทีนี้ก็ถึงคราวคุณแม่อย่างคุณแล้วค่ะว่าคุณจะตัดสินใจเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็กที่ปลอดสารเคมีให้ลูกน้อยเราหรือไม่  ด้วยประโยชน์ที่ได้รับฉันว่ามันคุ้มค่านะคะที่จะยอมจ่ายเพื่อประโยชน์ที่ลูกเราจะได้รับ

วิธีเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็กแบบออนไลน์ให้ถูกใจ

ในยุคสมัยใหม่ที่อะไรๆก็ง่ายเพียงแค่คุณคลิกเช่นนี้  มีคุณแม่หลายต่อหลายท่านเลือกซื้อหาเสื้อผ้าให้คุณลูกของเราด้วยวิธีการสั่งซื้อแบบออนไลน์ในระบบอินเตอร์เน็ตและย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณแม่บางท่านเกิดปัญหาในการสั่งซื้อเสื้อผ้าทางออนไลน์แล้วพอสินค้ามาถึงกลับไม่ตรงตามขนาดที่ลูกของเราใส่ทำให้เสียอารมณ์และเสียค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์จนทำมีคุณแม่หลายท่านเข็ดกับการสั่งซื้อเสื้อผ้าให้ลูกน้อยในลักษณะนี้ไปเลยก็ได้

1.1

สำหรับวันนี้เรามีวิธีสังเกตุเพื่อเป็นหลักในการคาดคะเนขนาดเสื้อผ้าของคุณลูกของเราในกรณีที่เราสั่งซื้อแบบออนไลน์หรือสั่งซื้อแบบ Pre Order ทางอินเตอร์เน็ต

1.ดูที่ Size ที่ป้ายเสื้อ ไม่ว่าเราจะสั่งซื้อจากประเทศไหนๆก็ตามส่วนใหญ่เกณฑ์หรือสัญลักษณ์ที่ทำให้เรารู้ว่าขนาดเสื้อนั้นเป็นขนาดเท่าไหร่นั้นวิธีมาตรฐานที่หลายๆประเทศเลือกที่จะบ่งบอกขนาดของเสื้อนั้นก็คือป้ายที่ติดไว้ที่เสื้อนั่นเอง  ถึงแม้ว่า size ที่เสื้อนั่นจะไม่สามารถถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ แบบเป๊ะเว่อร์ก็ตาม แต่ก็เป็นองค์ประกอบหรือหลักเกณฑ์ที่ช่วยเราตัดสินใจได้ใกล้เคียงที่สุดแล้วค่ะ อาทิเช่น สมมุติว่าลูกสาวเรา 4 ขวบ เราก็สั่ง size 5T ตามป้ายขนาด size  ที่ติดอยู่ที่เสื้อ อาจจะหลวมบ้างเล็กน้อยแต่ก็ดีกว่าใส่ไม่ได้ค่ะ

2.ทำความรู้จักกับ Size ป้ายต่างๆให้เข้าใจ (ของแต่ละร้านที่เราตัดสินใจซื้อ) สำหรับร้านค้าออนไลน์แต่ละร้านนั้นส่วนใหญ่เขามักจะมีขนาด size เสื้อที่ทางร้านโพสแจกแจงรายละเอียดไว้อยู่ที่หน้าเว็บแล้ว ดังนั้น ก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์นั้นๆ ส่วนเรื่อง Size ป้ายที่ระบุตามเสื้อนั้นๆมีอยู่ 4 แบบใหญ่ๆคือ

1.2

– Size ป้ายที่บอกเป็นอายุ เช่น 3-5 ขวบ 6-8 ขวบ การบอก Size ลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าของทางอเมริกาเป็นส่วนใหญ่

– Size ป้ายที่บอกเป็นตัวเลขของส่วนสูง เช่น 50/60/80/90/120 อะไรประมาณนี่ ส่วนใหญ่แล้วเราจะเห็นได้จากเสื้อผ้าเด็กอ่อนส่วนมากที่วางขายตามท้องตลาดเขามักจะใช้การบอก Size เสื้อแบบนี้ค่ะ

– Size ป้ายที่บอกเป็นตัวเลขโดดๆ เช่น 5-7-8-9 ส่วนใหญ่แล้วมันจะเป็นขนาดที่ระบุอยู่ทั่วไปของคนเอเซีย

– และสุดท้ายคือ Size ในลักษณะอื่นๆ เช่น S , M , L หรือ XL ป้ายลักษณะนี้เราจะคาดเดาขนาดเสื้อที่ค่อนข้างยากที่สุดเลยค่ะ  เพราะมันกะขนาดแทบไม่ได้ว่าเอาอะไรเป็นเกณฑ์มาตรฐาน

ทีนี้คุณแม่หลายๆท่านก็ลองศึกษากันดูนะคะ  ว่าร้านค้าออนไลน์ที่เราสั่งซื้อเสื้อผ้ามาให้ลูกน้อยของเราได้สวมใส่นั้นเขาใช้หลักเกณฑ์อะไรที่เป็นหลักในการระบุ size เสื้อผ้าที่เขานำออกมาจำหน่ายแล้วคุณแม่ก็ลองเปรียบเทียบดูกับขนาดตัวของลูกน้อยเราเชื่อว่าหลักเกณฑ์ที่เรานำมาฝากคุณแม่ๆทั้งหลายวันนี้น่าจะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อเสื้อผ้าทางอินเตอร์เน็ตของคุณแม่หลายๆท่านค่ะ

เซียงไฮ้ปารีสแห่งตะวันออก

ดินแดนที่สวยงามจนได้รับการขนานนามว่าเป็นราวกับ “นครปารีสแห่งตะวันออก” ซึ่งเมืองหลวงแห่งนี้ได้เป็นจุดมุ่งหมายที่คนหลายคนอยากที่จะมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง เนื่องจากเป็นเมืองท่าที่สำคัญของประเทศจีน  จึงมีความสะดวกสบายและสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับชาวเมืองและนักท่องที่ยวเป็นอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวหลายกลุ่มนิยมที่จะเดินทางไปยังเซี่ยงไฮ้และผู่โถวซานไปในครั้งคราเดียวกันเพราะเนื่องจากมีพื้นที่ที่ใกล้กันและการเดินทางที่ค่อนข้างที่จะสะดวกสบายอีกด้วย  สถานที่ท่องเที่ยวนั้นเราขอแนะนำสถานที่ที่เป็นซิกเนเจอร์ของทั้งเซี้ยงไฮ้และผู่โถวซานให้กับผู้ที่ต้องการแสวงหาการผจญภัยที่แปลกใหม่ในดินแดนมังกร

3

sanookholiday.com

  • เกาะผู่โถวซาน หลายคนต่างตั้งคำถามว่าทำไมต้องมาที่เกาะแห่งนี้ แต่สำหรับคนที่มีความเชื่อในเรื่องนิกายมหายาน สำหรับคนที่ศรัทธาในพระอวโลกิเตศวรหรือพระโพธิสัตว์กวนอิม หนึ่งในร่างอวตารของพระอมิตาพุทธเจ้า ซึ่งคนพื้นเมืองหรือคนจีนจะเรียกว่า “อาเนี้ย” มีตำนานและความเชื่อกันว่าพระโพธิสัตว์มีหลากหลายปาง เช่น ปางประธาน ปางพันมือพันตา เป็นต้น เชื่อกันว่าพระโพธิสัตว์จะประทับอยู่ในดินแดนอันศักด์สทธิ์บนภูเขแห่งโปตละบนเกาะกลางทะเลทางทิศใต้ในประเทศอินเดีย มีหลักฐานกล่าวเอาไว้ว่ามีพระสงฆ์ได้เดินทางไปยังประเทศจีน  และขากลับได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่กวนอิมกลับมาด้วย ระหว่างทางนั้นได้เจอพายุจึงต้องแวะพักที่เกาะแห่งหนึ่งเป็นเวลานาน จึงเชื่อว่าองค์เจ้าแม่ไม่อยากไปไหนและประสงค์ที่จะอยู่เกาะแห่งนี้ เกาะนี้มีพระโพธิสัตว์กวนอิมขนาดใหญ่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมที่จะมากราบไหว้และถ่ายภาพอีกด้วย บนเกาะนั้น คุณสามารถเดินชมความสวยงามบนเกาะอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะคือวัดใหญ่ 3 แห่งคือ วัดผู่จี้ วัดธรรมาฏฐิ และวัดฮุ่ยจี้

www.trekkingthai.com

  • เซี่ยงไฮ้ เมื่อก้าวเข้าสู่แผ่นดินใหญ่แล้วนั้น เซี่ยงไฮ้ไม่ได้เป็นแค่เมืองที่มีเศรษฐกิจที่รุ่งเรืองและการคมนาคมที่สะดวกสบาย ด้วยวิวแม่น้ำหวงผู่ที่สวยงาม วิวเมืองที่สวยงามทั้งยามกลางวันและค่ำคืน สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดและเรียกว่าเป็นซิกเนเจอร์เลยทีเดียว
  • หอไข่มุก หอคอยที่มีความสูงถึง 468 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างตึกระฟ้าที่สูงน้อยใหญ่ เป็นลักษณะเป็นไข่มุก 11 ลูกและเสา 3 เสา ด้านบนมีรูปไข่มุก 3 เม็ด 3 ขนาดเรียงกันในแนวตั้ง ด้านบนมีภัตตาคาร โรงแรมและร้านค้า ด้านล่างมีการจัดพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองเซี่ยงไฮ้อีกด้วย
  • วัดพระหยกขาว วัดที่ตั้งอยู่บนถนนอานเหยี่ยน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น ศูนย์รวมจิตใจของชาวเซี่ยงไฮ้ที่มีผู้คนจำนวนมากแวะเวียนมานมัสการเพื่อหาความสิริมงคลให้กับชีวิต วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระหยก 2 องค์ วัดแห่งนี้ได้ถูกทำลายในสมัยปฏิวัตวรรณธรรมสมัยเหมาเจ๋อตุง แต่มหัศจรรย์พระทั้ง 2 องค์ไม่ได้ถูกทำลายลง ซึ่งความสวยงามของพระหยกขาวและศิลปะแบบจีนที่งดงาม
  • กายกรรมเซี่ยงไฮ้ อีกหนึ่งสิ่งที่สร้างสีสันให้กับเมืองเซี่ยงไฮ้ การแสดงแห่งการผสมผสานกายกรรมของจีนกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยความอ่อนช้อยของร่างกายนักแสดง และแสง สี เสียง ที่คุ้มค่ากับการเข้าชมเป็นอย่างยิ่ง

Save

เลือกบลัชออนที่ใช่ให้เข้ากับผิวคุณกันเถอะ

ปกติสาวๆเลือกสีบรัชออนกันยังไงคะ เลือกตามความชอบ เลือกตามโปรโมชั่นที่กำลังจัดรายการของร้านเครื่องสำอางนั้นๆ หรือมีเคล็ดลับในการเลือกยังไงกันบ้างเอ่ย เชื่อว่าหลายคนคงจะเลือกบรัชออนตามสีผิวของเรากันใช่ไหมคะ แล้วรู้หรือเปล่าว่าสีผิวของเราเหมาะกับบรัชออนสีนั้นจริงๆหรือเปล่า ไหนมาลองเช็คดูสิว่าสาวๆเลือกบรัชออนได้เหมาะกับผิวกันแล้วหรือยัง

 

Young woman applying make up with brush, close up

สาวผิวขาว

ขอแนะนำบรัชออนสี Baby Pink สีชมพูอ่อนนี้จะทำให้ผิวหน้าของสาวๆดูอมชมพูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แต่ถ้ามีผิวที่ขาวมากๆอาจเลือกใช้บรัชออนสีส้มเพื่อช่วยให้แก้มของเราดูมีสุขภาพดีค่ะ หรือสีพีชก็ไปได้ดีกับผิวขาวของสาวๆค่ะ หรือแม้กระทั่งสีผิวเฉดอื่นๆสีพีชก็ถือได้ว่าเข้ากันได้ดีทีเดียวค่ะ ถือว่าเป็นหนึ่งในสีพื้นฐานของบรัชออนที่สาวๆมีติดตัวกันเลยทีเดียวค่ะ แต่ถ้าสาวๆรู้สึกว่าบรัชออนทั้งสองสีก่อนหน้านี้ดูจะเป็นสาวหวานมากเกินไป อยากแต่งหน้าให้ออกมาดูเปรี้ยวหรือดูจริงจังขึ้นอีกนิด ก็มีบรัชออนสี Sheer Plum ที่จะช่วยให้ใบหน้าของสาวๆดูจริงจังหรือดูเปรี้ยวขึ้นมาค่ะ

สาวที่มีผิวกลางๆ (ไม่ขาวและไม่คล้ำ)

สาวที่มีผิวหน้าแบบนี้ใบหน้าของสาวๆจะดูสว่างอยู่แล้วค่ะ ดังนั้นบรัชออนที่ใช้ควรจะเลือกสีที่จะช่วยให้ใบหน้าของเราดูสดใส กระจ่างใสขึ้นค่ะ บรัชออนสีแอพริคอตเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ดีค่ะ เพราะสีนี้จะทำให้ใบหน้าของสาวๆดูกระจ่างใสขึ้น พร้อมกับเพิ่มความสดใสให้กับใบหน้าด้วยค่ะ หรือจะเลือกเพิ่มความสดใสด้วยบรัชออนสีม่วงอ่อนหรือสีเบอร์รี่อ่อน ที่จะช่วยให้สาวๆดูเต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใสและดูมีผิวสุขภาพดีค่ะ

สาวผิวสองสี

สาวๆที่มีสีผิวนี้แนะนำบรัชออนโทนสีอบอุ่น เพื่อช่วยให้ผิวของสาวๆดูกระจ่างใสขึ้นค่ะ เพราะบางโทนสีอาจทำให้ผิวหน้าของสาวๆดูหมองคล้ำลงไปกว่าเดิมได้ โทนสีของบรัชออนที่แนะนำสำหรับสาวผิวสองสีคือ Orangey Peach , Rose หรือ Bronze จะเห็นว่าโทนสีที่แนะนำจะช่วยให้ผิวหน้าของสาวๆดูสว่างขึ้น และยังใกล้เคียงกับสีผิวธรรมชาติของเรา ทำให้เวลาแต่งหน้าออกมาแล้วไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอาการหน้าแป๊ะยิ้ม หรือเกิดอาการหน้าลอยแต่อย่างใดค่ะ

สาวผิวคล้ำ

ผิวคล้ำใครว่าแต่งหน้าออกมาไม่สวยหรือแต่งหน้ายากค่ะ ไม่จริงเลยค่ะ สาวๆลองดูนางแบบระดับโลกหรือเวทีนางงามระดับอินเตอร์ดู สังเกตกันไหมคะว่ามีสาวๆที่มีผิวคล้ำอยู่ในวงการนี้มากมายเลย เคล็ดลับง่ายๆเลยสำหรับสาวที่มีผิวคล้ำกับการแต่งหน้าก็คือ การเลือกใช้เฉดสีต่างๆนั่นเองค่ะ บรัชออนที่อยากแนะนำให้สาวๆที่มีผิวคล้ำมีติดตัวไว้ใช้คือโทนสี  Raisin โดยสีนี้เป็นสีที่ค่อนข้างจะเข้มในตัวเองอยู่แล้วค่ะ เมื่อสาวๆใช้แล้วจะทำให้การแต่งหน้าของสาวๆมีสีสันที่ชัดเจนค่ะ ต่อมาคือสี Brick สีนี้จะเข้มกว่าสีที่แล้วค่ะ เหมาะกับการแต่งหน้าไปงานเลี้ยงตอนค่ำ หรือปาร์ตี้สนุกๆกับเพื่อนๆ สาวๆอาจใช้บรัชออนสีนี้ในการคอนทัวร์หน้าก็จะให้ลุคที่ออกมาสดใสค่ะ หรือโทนสี Bright Tangerine จะให้สีออกโทนส้ม จะทำให้แก้มของสาวๆดูสว่างขึ้นและมีสุขภาพดีค่ะ

อ่านจบแล้วสาวๆหลายคนคงไปหยิบบรัชออนที่ตัวเองมีอยู่ในตอนนี้แล้วลองเช็คกับสีผิวของเราดูนะคะว่าเราเลือกใช้บรัชออนได้เหมาะสมกับสีผิวของเราแล้วหรือยัง แต่นี่ไม่ใช่กฎหลักตายตัวแต่อย่างใดนะคะสาวๆ ถ้าเกิดสาวๆพบว่าบรัชออนที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ไปได้ดีกับลุคที่สาวๆแต่งหน้าอยู่แล้ว หรือสาวๆพอใจกับการเลือกใช้บรัชออนสีนั้นๆ อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลหรือเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายเลยค่ะ สำคัญที่สุดคือความสุขของเรา อย่างที่มีคนเคยบอกไว้ว่า ผู้หญิงจะสวยที่สุดตอนมีความสุข และเมคอัพที่ดีที่สุดคือรอยยิ้ม ดังนั้นแต่งหน้าออกมาเป๊ะแล้วอย่าลืมมีรอยยิ้มหวานๆบนใบหน้ากันด้วยนะคะ

เน้นหุ่นเป๊ะกับชุดว่ายน้ำ

 

อย่ามัวแต่ยืนเขินใส่ชุดเต็มยศลงไปเล่นน้ำแบบเดิมๆ อยู่เลย ร้อนๆ แบบนี้อย่ามัวแต่ยืนบิดไปบิดมา ได้เวลาโชว์เนื้อหนังใส่ชุดว่ายน้ำลงไปอวดสายตาหนุ่มๆ กันแล้วล่ะค่ะ เมื่อหุ่นมีจุดบกพร่องเราก็หาวิธีพรางมันซะก็สิ้นเรื่องเรามาดูกันดีกว่าว่า วิธีเลือกชุดที่เหมาะกับคุณนั้นควรจะเลือกอะไร

2

  • สาวขี้อายอยากใส่ชุดวันพีช สำหรับสาวน้อยขาสั้นและช่วงตัวสั้นการใส่ชุดวันพีชหรือชิ้นเดียวที่ช่วงชุดที่มีส่วนขาเว้าหรือตัดขึ้นสูงขึ้นไป เพื่อทำให้สาวขาสั้นนั้นดูเรียวขึ้น และสำหรับสาวที่มีหน้าอกเล็กด้วยนั้นก็ควรที่จะหาชุดที่มีฟองน้ำเสริมในตัวอีกด้วย จากนั้นสำหรับสาวที่มีสะโพกใหญ่ ก็ควรหาชุดว่ายน้ำที่มีกระโปรงหรือผ้าปกคลุมบริเวณช่วงท่อนขาหรือสะโพกเอาไว้อย่างดี
  • สาวอกใหญ่ เอาล่ะค่ะ เรามาพูดกันถึงบิกินีหรือชุดว่ายน้ำแบบสองชิ้นกันดีกว่า การเลือกชุดว่ายน้ำนั้นควรที่จะเป็นชุดว่ายน้ำที่สามารถเก็บทรงได้ดีหรือมีผ้าที่สามารถปกปิดได้อย่างครอบคลุม แบบเลื้อที่เป็นแบบคล้องคอแบบเต็มตัวสำหรับสาวๆ ที่ไม่ต้องการให้ดูโป๊เกินไป
  • สาวอกเล็ก สาวอกเล็กนั้นไม่ควรใส่ชุดว่ายน้ำแบบเต็มตัว เพราะคุณจะดูแบนเรียบไปทั้งตัว การอำพลางรูปร่างแบบนี้ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี สาวอกเล็กสามารถใส่ชุดบิกินีที่เน้นส่วนโค้งและส่วนเว้ามากๆ ควรที่จะมีเสริมฟองน้ำเล็กน้อยเพื่อให้รูปร่างดูสมส่วนมากขึ้น
  • สาวตัวยาว การใส่บิกินีของสาวช่วงตัวยาวนั้น ควรที่จะมีลูกเล่นเล้กน้อยไม่ควรใส่บิกินีแบบน้อยชิ้น การใส่บิกินีแบบวินเทจที่เป็นแบบเอวสูงจะเหมาะสมมาก ด้านบนอาจจะเป็นบราแบบสปอร์ตบรา แล้วช่วงล่างเป็นแบบไฮคัตเพื่อให้ดูสมส่วนมากขึ้น
  • สาวไซส์ใหญ่ อย่าคิดว่าสาวรูปร่างอวบนั้นไม่สามารถใส่ชุดสวยๆ ได้ สำหรับสาวไซส์ใหญ่หรือมีรูปร่างอวบควรที่จะใส่บิกินีแบบที่เป็นเสื้อเต็มตัว และมีช่วงบนเป็นแบบคอวี และควรมีสีเข้มเพื่อพรางร่างกายให้ดูเล็กลงอีกด้วย
  • สาวทรงลูกแพร์ สาวที่มีรูปร่างดีที่มีส่วนโค้งและส่วนเว้าอย่างชัดเจนหากจะต้องการที่จะใส่บิกินี ส่วนบนนั้นก็ควรที่เป็นสีอ่อนและท่อนล่างควรที่จะเป็นสีเข้มเพื่อพรางสายตาเอาไว้ และควรระมัดระวังในการใส่ชิ้นล่างเพราะไม่ควรที่จะเน้นเว้าหรือไฮคัตมากจนเกินไปจนทำให้ขาดูใหญ่มาก